2006/Sep/09

๏ (ร่าย) บัดนั้น
เสนารับสั่งมาลังปี๋
มะลุกปุกคุกเข่ามะเลาตี
มะรันทังดังมีมะลีทา
เกณฑ์กันฟันแฝกมะแลกแจง
คัดขุดลุดแชงมาแลงฉา
กะรับชับสรรพเสร็จมะเร็จตา
สำเร็จตามบัญชามะลาเท ฯ๔คำฯ เจรจา
๏ เมื่อนั้น
พระมเหลเถไถมะไหลเถ
เสด็จขึ้นพลับพลามะลาเท
มะไหลถอนนอนเอ้ทะเวกา ฯ๒คำฯ

๏ (ช้า) ทะเวศกายคายคันรัญจวน
ร้อนใจใคร่ครวญหวนหา
หวนโหยโดยดิ้นในวิญญา
วิญญากจากปรามะราโท
มาแรมทางกลางป่าพนาดอน
พนาแดนศิงขรมะยอนโฉ
มาเย็นเฉื่อยเรื่อยร้างน้ำค้างโพร
น้ำค้างพรมลมโวมะโรตอน
มารื่นต่างนางในรำไพพัด
รำเพยเพียงเคียงรัตน์ปัจฐรณ์
ปธมที่ศรีใสจะไลชอน
จนหลับชิดสนิทนอนมะลอนชา ฯ๘คำฯ ตระ

๏ ยานี มาจะกล่าวบทไป
ถึงท้าวหัสไนยมะไหลถา
สถิตย์ที่วิมานมะลานชา
กายารุ่มร้อนมะลอนจี
จึงเล็งทิพเนตรมะเลดป่า
ในชมพูแผ่นหล้ามะลาถี
เห็นพระมะเหลเถทะเวที
มาแรมร้างค้างที่มะลีไช
เพราะไม่มีคู่จรูสม
เสวยรมย์ราชามะลาไส
ผู้เดียวเปลี่ยวองค์มะลงไต
จำเราจะให้มะไลทา
อันลูกท้าวไทมะไลที
เลิศล้ำนารีมะลีถา
ชื่อนางตะแลงแกงมะแลงกา
วาสนาควรคู่มะลูตอง
อัมรินทร์จินตนาแล้วลาเชด
เหาะระเห็จจากวิมานมะลานถอง
มายังกรุงไกรมะไลทอง
โดยจิตคิดปองมะรองแทง ฯ๑๐คำฯ เหาะ
๏ ร่าย ครั้นถึงซึ่งภารามะลาตั๋ง
โกสีย์ลงยังมะลังแต๋ง
เข้าไปในปรางค์มะรางแชง
อุ้มองค์ตะแลงแกงตะแลงมา ฯ๒คำฯ
๏ เหาะลิ่วปลิวฟ้ามาฉับพลัน
ถึงพลับพลาสุวรรณมะลันถา
วางองค์ลงใกล้มะไลชา
อัมราพินิจมะลิดจู ฯ๒คำฯ

Comment

Comment:

Tweet