2006/Sep/10

๏ (ชมโฉม) งามดังสุริยันมะลันตอน
เคียงดวงศศิธรมะลอนฉู
จะดูไหนวิไลกะไรตู
สมสองครองคู่จะลูเจ
ดูโฉมตะแลงแกงแมลงกัด
งามดังเพชรรัตน์มะลัดเถ
งามพระมเหลไถมะไลเท
ดังสุวรรณอันเอละเลทา
สมวงศ์ทรงศักดิ์จักรพรรดิ์
สมเชื้อเนื้อกษัตริย์มะลัดถา
สมทรงคงครองกะรองปา
เป็นมหาจรรโลงมะโรงกี
แล้วท้าวหัสไนยมะไลถา
ก็ออกจากพลับพลาพนาศรี
สำแดงแผลงอิทธิ์ฤทธี
ไปสู่ที่วิมานมะลานทา ฯ๘คำฯ เชิด
๏ ร่าย เมื่อนั้น
พระมะเหลเถไถมะไหลถา
ผวาตื่นฟื้นจากมะรากปา
เห็นนางกัลยามะลาที ฯ๒คำฯ

๏ (ชมโฉม) พระเพ่งพินิจมะลิดตัก
ประไพพักตร์เพียงจันทร์มะลันถี
อรชรอ้อนแอ้นมะแรนจี
เลิศล้ำนารีมะลีทา
ฤาหนึ่งนางในมะไลจึก
พระไพรพฤกษ์พระไทรมะไลต๋า
แกล้งจำแลงแปลงกายมะไลทา
มาหลอกเล่นเห็นมามะลาตม
ฤาหนึ่งยักษ์ขินีผีไพร
มาคิดปองลองใจมะไลถม
จึงทรงโฉมโสภามะลางม
จำจะปลุกชวนชมขึ้นลมปู ฯ๖คำฯ
๏ ร่าย คิดพลางทางอิงมะลิงออง
ค่อยประคองปลุกนางมะลางฉู
เจ้างามชื่นตื่นเถิดมะเลิศตู
แล้วเล้าโลมโฉมตรูมะลูเตา ฯ๒คำฯ
๏ เมื่อนั้น
โฉมนางตะแลงแกงมะแลงเก๋า
ลืมเนตรเห็นองค์มะลงเทา
นงเยาว์เคืองขัดปัดกร
เออไฉนไยทำกะลำกัก
มาหาญหักไม่เกรงมะเลงฉอน
ข้าอยู่ถึงภารากะลาตอน
ไปลักพามาชอนมะลอนไชย ฯ๔คำฯ

๏ เมื่อนั้น
พระมะไหลไถเถมะเหลไถ
ได้ฟังพจนามะลาไท
ภูวไนยจึงมีมะลีทา ฯ๒คำฯ
๏ โอ้โลม โฉมเฉลา
พี่จะเล่าให้แจ้งมะแลงก๋า
เดิมทีพี่จากมะรากกา
มาเที่ยวเล่นป่ามะลาไช
พอค่ำย่ำแสงมะแลงชอน
พี่ดะหลุดหยุดนอนมะลอนไฉ
เป็นกุศลดลจิตมะลิดไท
เคียงได้เคียงคู่มะลูทอง
ชรอยว่าเทวัญมะลันที
อุ้มองค์มารศรีมาสมสอง
จึงได้ประสบมะลบออง
นวลน้องเจ้าอย่าเขินมะเลินใจ ฯ๖คำฯ

๏ ร่าย เมื่อนั้น
โฉมนางตะแลงแกงมะแลงไก๋
ได้ฟังถ้อยคำมะลำไท
ทรามวัยจึงตอบมะลอบที
ไปว่าเอาเทวัญมะลันตู
เหมือนหนึ่งใครไม่รู้มะลูถี
เมื่อครั้งไรใครพามะลาชี
ภูมีเก็บเอามาเลาตา
แล้วนางแค้นขัดมะลัดตอน
เคืองค้อนภูวไนยมะไหลถา
น้อยฤานั่นน่าเชื่อมะเรือปา
มาเศกแสร้งแกล้งว่ากะลาเกา ฯ๖คำฯ
๏ เมื่อนั้น
พระมะไหลไถเถมะเหลเถา
เห็นนางกัลยามะลาเตา
จึงตรัสโลมเล้ามะเลาปอน ฯ๒คำฯ

๏ ชาตรี ดูก่อนโฉมตรูมะลูถี
เวทีมิเชื่อมะเหลือถอน
อันพระอุณรุทมะลูดชอน
เทวาก็พาจรมะลอนเกา
ไปสมสร้อยอุษามะลาตึก
โฉมยงจงนึกมะลึกเก๋า
นี่บุญของพี่ยามะลาเตา
จึงพาเจ้ามาสมมะลมเต
ว่าพลางทางถดมะหลดติด
อย่าอายเอียงเบี่ยงบิดมะลิดเป๋
นางป้องปัดหัตถามะลาเท
มะโลโตโปเปมะเลตุง
สองภิรมย์ชมเชยมะเลยปม
สำราญรมย์รื่นเริงมะเลิงตุ๋ง
สัพยอกหยอกเย้ามะเลาชุง
สมสวาดิ์มาดมุ่งมะลุงแชง ฯ๘คำฯ โลม
๏ ร่าย ครั้นรุ่งรางส่างแสงมแลงทอง
สกุณาร่าร้องมะรองแฉ่ง
พระตื่นจากไสยาศน์นลาตแทง
ชวนองค์ตะแลงแกงมะแลงกง
สระสรงภักตรามะลาเต็ด
สรรพเสร็จออกจากมะลากก๋ง
พร้อมหมู่ทหารมะลานปง
ก้มเกล้าเค้าคงมะลงแตง
พระจึงมีสิงหนาทมะลาดจู
เหวยหมู่ทหารมะลานแฉง
จงตรวจเตรียมโยธามะลาแกง
ตามตำแหน่งของใครมะไลที ฯ๖คำฯ

๏ บัดนั้น
เสนารับสั่งมะลังปี๋
ต่างชะแง้แลดูมะลูจี
พาทีเบี้ยวบุ้ยมะลุยตุง
แล้วมาเร่งรัดจัดเจา
พร้อมพรั่งดังเก่ามะเลาปุ๋ง
คอยพระมะเหลไถมะไลทุง
ต่างนายหมายมุ่งจะลูงทา ฯ๔คำฯ

๏ เมื่อนั้น
พระมเหลไถมะไหลถา
ชวนนางตะแลงแกงมะแลงกา
ขึ้นทรงคชามะลากุย
ออกจากพลับพลามะลาโท
ทวยหาญขานโห่ตะลุ๋ยปุ๋ย
ดัดดั้นบั่นบุกปุกปุย
อีหลุกขลุกขลุยมะลุยปอย ฯ๔คำฯ เชิด

๏ มาจะกล่าวบทไป
ถึงท้าวไทอสุรามะลาก๋อย
มรายกาดชาดเชื้อสะเรือดอย
สุราต้องกองกอยพะลอยไช
เพราะลอบชมนางฟ้าสลาโสด
ศุลีซ้ำทำโทษมะโดดไข
มาตัวขาดอาจองทะลงใจ
เที่ยวไล่จับสัตว์ไพรสะไรกุง
สุรากินสิ้นซากมายากทุกข์
กำลังอยากบากบุกมะลุกปุ๋ง
มาแลปะมะเหลไถสะไรชุง
สุราชาติมาดมุ่งมะรุงแชง
มราชักยักษ์ย่องมาลองดู
มาลอบด้อมค้อมอยู่พะดูแถง
พอได้ทีลีลามมะหามแทง
มะฮึกทำสำแดงแทลงกี
ถลากายหมายมั่นมะลันจ้อง
มะเหลจับรับรองสะรองกี้
สุราก๋อยถอยท่ามะลารี
มะเหลรุกคลุกคลีประชีไช
ประชิดชิงอาวุธยุทธนา
ยักษ์ทนงทรงคทาตะลาไป๋
ตลบป้องคล่องแคล่วมะแลวไท
มะลวงทีหนีไล่มะไลทอง ฯ๑๒คำฯ (เชิด)

Comment

Comment:

Tweet